สมุนไพรตะโกพนม

สมุนไพรตะโกพนม

ตะโกพนม Diospyros castanea (Craib) Fletch.
บางถิ่นเรียกว่า ตะโกพนม (ทั่วไป) กะละมัก (กาญจนบุรี ราชบุรี) มะด้ามหมุ่ย มะดำ (เหนือ) มะตับหมาก (เชียงใหม่ ลำพูน) หนังดำ หลังดำ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) หมากค่อน (นครราชสีมา).

ไม้ต้น -> ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงถึง 15 ม. เปลือกแตกเป็นสะเก็ดสีเทาปนดำ หรือ ค่อนข้างดำ เปลือกในสีน้ำตาล กระพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีน้ำตาลเข้ม ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่มทั่วไป.
ใบ -> เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ มน หรือ ป้อม กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 6-13 ซม. โคนใบป้าน ตรง หรือ เว้าเข้าเล็กน้อย ปลายมน สอบแคบ หรือ บางทีก็หยักเป็นสองลอนกว้าง ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนา และเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เส้นแขนงใบมี 6-10 คู่ แต่ละเส้นคดไปมา และเป็นร่องทางด้านบก ด้านล่างเส้นนูนชัด ก้านยาว 4-10 มม. เกลี้ยง.
ดอก -> ออกเป็นช่อ หรือ เดี่ยว ๆ ตามง่ามใบ ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อสั้น ๆ ช่อหนึ่ง ๆ มีหลายดอก ก้านช่อ และก้านดอกสั้นมาก กลีบรองกลีบดอก 3 กลีบ ยาว 3-5 มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปลำเทียน ปลายแยกพอเห็นเป็น 3 หยัก ด้านนอกมีขน ด้านในเกลี้ยง กลีบดอก 3 กลีบ รูปขอบขนานแคบ ยาว 10-12 มม. ครึ่งล่างเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ครึ่งบนแยกเป็น 3 กลีบ ส่วนที่แยกเป็นกลีบมีขนทั้ง 2 ด้าน แต่ส่วนที่ติดกันเป็นหลอดเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เกสรผู้มี 12-(14) อัน เกลี้ยง รังไข่ฝ่อเกลี้ยง. ดกเพศเมีย ส่วนมากออกเป็นดอกเดี่ยว หายากที่จะออกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆ ก้านดอกยาว 2-3 มม. เกลี้ยง กลีบรองกลีบดอก และกลีบดอกมีลักษณะเหมือนกับดอกเพศผู้ แต่ใหญ่กว่าเล็กน้อย รังไข่รูปป้อมมีขนคลุมแน่น ภายในแบ่งเป็น 6 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย ท่อรังไข่มีอันเดียว ปลายแยกเป็น 3 แฉก.
ผล -> รูปมน หรือ กลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม. ผิวหนา แข็ง เกลี้ยง หรือ มีขนนุ่มตอนใกล้ ๆ โคนผล ปลายผลเป็นติ่งแข็งสั้น ๆ กลีบจุกมี 3 กลีบ ติดกันเป็นกรวยประมาณ 3 ใน 4 ด้านนอกมีขนนุ่ม ด้านในเกลี้ยง ขอบกลีบเป็นคลื่นและพับกลับ แต่ไม่จีบพับไปมา และไม่มีเส้นลายตามผิว ก้านผลยาวประมาณ 5 มม.


นิเวศน์วิทยา

ขึ้นตามป่าเต็งรัง หรือ ป่าเหล่า เหนือระดับน้ำทะเล 20-400 ม. ตามภาคต่าง ๆ เว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้.


สรรพคุณ

ต้น -> น้ำต้มเปลือก กินเป็นยาบำรุงร่างกาย
ผล -> เป็นยาฝาดสมาน กินเป็นยาแก้อาเจียน และแก้ท้องร่วง ผลทุบใช้เบื่อปลาได้

สมุนไพรตะโกพนม

รูปภาพจาก:nprcenter.com,pharmacy.msu.ac.th