มะม่วง

มะม่วง

มะม่วง (Mangifera indica Linn.)
บางถิ่นเรียก มะม่วง (ทั่วไป)

เป็นไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 20-25 เมตร เรือนยอดโปร่ง เมื่อต้นแก่ลำต้นใหญ่ขึ้น เปลือกสีน้ำตาล หรือ สีเทา ใบ ออกสลับกันรูปยาวรี รูปหอก หรือ รูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม สีเขียว หรือ สีเขียวเข้ม ด้านบนของใบเป็นมันเล็กน้อย ด้านล่างสีอ่อนกว่า ขอบใบเป็นคลื่น ขนาดของใบไม่แน่นอน อาจจะกว้าง 5-10 ซม. ยาว 15-40 ซม. ดอก ออกเป็นช่อกระจาย ยาว 15-45 ซม. แต่ละดอกมีขนาดเล็กไม่เกิน 2 มม. สีนวล หรือ ขาว กลีบรองกลีบดอก และกลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรผู้มี 5 อัน. ผล มีเนื้อภายใน มีเมล็ด 1 เมล็ด รูปร่างลักษณะต่างๆ กันตามพันธุ์ กว้าง 6-10 ซม. ยาว 7-20 ซม. เมื่อยังดิบอยู่สีเขียว สุกแล้วมีสีเหลือง

นิเวศน์วิทยา ปลูกกันทั่วไป เป็นไม้ผล

สรรพคุณ ใบอ่อน หรือ ลูกอ่อนรับประทานได้เป็นผัก ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้ แพทย์แผนโบราณของไทย ใช้ผลสุกเป็นยาบำรุงกำลัง และเป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ เปลือกลูกดิบเป็นยาคุมธาตุ ดอก เปลือก เนื้อในเมล็ด รับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด แก้อาเจียน ใบเผาเอาควันสูตรรักษาโรคเกี่ยวกับคอและไอ ยางจากลูก และต้น ผสมกับน้ำส้ม หรือ น้ำมันทาแก้คัน และรักษาโรคผิวหนัง ในอินเดีย ใช้ใบ เปลือก ยาง ผล และเมล็ด เป็นยา ใบเมื่อนำมาตากแห้งบดเป็นผง ใช้เป็นยาแก้โรคท้องร่วง และแก้โรคเบาหวาน เมื่อปรุงเป็นยาต้มใช้แก้ไอ โรคหืด และโรคเกี่ยวกับทรวงอก เมื่อเอาใบเผาไฟสูดเอาควัน รักษาโรคเกี่ยวกับคอ และอาการชัก เปลือกเป็นยาสมานแผลและห้ามเลือด เป็นยาแก้ตกเลือด และแก้ตกขาว ใช้ห้ามเลือดในกรณีที่เป็นฝี และมีเลือดออกมากเกินไปจากปอด ลำไส้ มดลูก แก้โรคท้องร่วง บิด หิด และโรคผิวหนังอื่น ๆ คอตีบ และโรคที่เกี่ยวกับคอ ยางจากเปลือกใช้แก้เท้าแตก และผสมกับน้ำมัน หรือ น้ำมะนาว ใช้ทาแก้หิด และโรคผิวหนังอื่น ๆ ดอกแห้งเป็นยาสมานแผลและห้ามเลือด แก้โรคท้องร่วง บิดเรื้อรัง กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะอักเสบ ผลแก้โรคโลหิตออกตามไรฟัน ขับปัสสาวะ และเป็นยาระบาย เนื้อในเมล็ดมี gallic acid มาก มีสรรพคุณเช่นเดียวกับเปลือก น้ำจากเมล็ดใช้สูตรระงับโลหิตออกทางจมูก.

 

รูปภาพจาก:sanook.com,arpamart.com