สับปะรด

สับปะรด 

สับปะรด (Ananas comosus Merr.)
บางถิ่นเรียก สับปะรด (กลาง) ขนุนทอง ยานัด ย่านนัด (ใต้) เนะซะ (กะเหรี่ยง-ตาก) แนะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) บ่อนัด (เชียงใหม่) มะขะนัด มะนัด (เหนือ) ม้าเนื่อ (เขมร) ลิงทอง (เพชรบูรณ์) สับปะรดลาย (กรุงเทพฯ) หมากเก็ง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)

เป็นพืชล้มลุก ที่อยู่ได้หลายปี สูง 90-100 ซม.; ลำต้นยาวเพียง 20-25 ซม. มีปล้องสั้น ๆ.ใบ เรียงแบบบันไดเวียนอย่างหนาแน่นอยู่ตามลำต้น ไม่มีก้านใบ ยาวได้ถึง 1 เมตร กว้าง 6.5 ซม. ปลายเรียวแหลม ขอบมีหนามบ้างเล็กน้อยที่ใกล้กับปลายใบและที่โคนใบ ด้านบนใบเรียบ สีเขียวเข้ม เป็นทางสีแดงเข้ม ด้านล่างสีขาวปนสีเงิน. ดอก ออกเป็นช่อใหญ่ที่ยอด มีดอกหนาแน่น ก้านช่อใหญ่ ยาว 7-15 ซม. แต่ละดอกมีกลีบรองกลีบดอก 3 กลีบ สั้นและฉ่ำน้ำ; กลีบดอก 3 กลีบ มีขนาดกว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 1.6 ซม. ด้านบนสีฟ้าอมม่วง ด้านล่างสีขาว; เกสรผู้ 6 อัน เรียงเป็น 2 ชั้น ยาวเพียงครึ่งหนึ่งของกลีบดอก รังไข่ฝังอยู่ในฐานดอกภายใน 3 ช่อง ช่องหนึ่ง ๆ มีไข่อ่อน 14-20 เมล็ด เรียงเป็น 2 แถว. ผล เป็นผลที่เกิดจากช่อดอกทั้งช่อ เจริญร่วมกัน มีผนังเชื่อมติดกัน โดยมีแกนของผล ผลรูปทรงกระบอก โคนกว้างกว่าปลาย ขนาดกว้างประมาณ 14.5 ซม. ยาว 20.5 ซม. มีใบเป็นกระจุกที่ปลายของผล.

นิเวศน์วิทยา
: มีถิ่นเดิมอยู่ทางตะวันออกของอเมริกาใต้ ปัจจุบันมีปลูกทั่วไปในเขตร้อนและเขตใต้เขตร้อน ปลูกได้งามบนดินปนทราย มีความทนทานต่อความแห้งแล้งเป็นพิเศษ.

สรรพคุณ 
:ผล มีน้ำย่อย Bromelin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ดี มีคุณสมบัติระงับอาการอักเสบ อาการบวมและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็ว ช่วยกัดเสมหะในลำคอ ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะลำไส้ เป็นยาระบายอ่อนๆ  แก้ลักปิดลักเปิด ช่วยย่อยเนื้อให้นิ่ม  ผลอ่อน ขับปัสสาวะ แก้โรคหนองใน กามโรค ขับพยาธิในเด็ก  ทำให้แท้งได้  ผลดิบ เชื่อว่าเป็นยาถ่ายอย่างแรง น้ำจากใบ เป็นยาขับพยาธิ เหง้า และ ตะเกียงสับปะรด เชื่อว่าปรุงเป็นยาต้ม ขับปัสสาวะ แก้นิ่วขับระดูขาว

 

รูปภาพจาก;kapook.com,blogspot.com