สมุนไพรจิกน้ำ

สมุนไพรจิกน้ำ 

จิกน้ำ (Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.)
บางถิ่นเรียก จิกนา (ใต้) กะโดนทุ่ง กะโดนน้ำ (หนองคาย) ตอง (เหนือ)

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 8-17 เมตร ทรงต้นแผ่กว้าง ยอดอ่อนและด้านใต้ใบบางทีก็มีขนเล็กน้อย เปลือกสีน้ำตาลเข้ม หยาบและหนา. ใบ รูปไข่กลับ รูปหอกกลับ หรือ รูปรี กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-16 ซม. ด้านใต้ใบสีอ่อน ปลายใบทู่ มน เป็นติ่งเล็กๆ หรือ เว้าเล็กน้อย ขอบใบหยักเล็กๆ ถี่ๆปลายหยักแหลม หรือ มน โคนใบแหลม เส้นใบ 5-12 คู่ ก้านใบยาว 2-10 มม. ดอก เล็กมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ห้อยยาวประมาณ 30 ซม. ก้านดอกยาว 3-7 มม. กลีบรองกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อสั้น ๆ รูปสี่เหลี่ยม ปลายแยกเป็น 4 กลีบ ปลายกลีบมน กลีบดอก 4 กลีบ รูปขอบขนาน หรือ รูปรี ยาวประมาณ 6 มม. สีชมพู เกสรผู้จำนวนมาก ก้านเกสรยาว สีแดงสด เป็นจุดเด่นของดอก เรียงเป็น 3 ชั้น โคนเชื่อมติดกันและเชื่อมติดกับกลีบดอก ร่วงงายและจะร่วงพร้อมกัน เกสรเมียมี 2 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2-4 ใบ ท่อเกสรเมียยาว 1-2 ซม. ผล รูปสี่เหลี่ยม กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2-6 ซม. ปลายตัด ที่ขั้วมีกลีบรองกลีบดอกติดอยู่ ภายในมีเพียงเมล็ดเดียว เมล็ดรูปไข่ ผิวเป็นร่อง.

นิเวศน์วิทยา : พบขึ้นมากตามริมฝั่งแม่น้ำ คลอด บึง ป่าพรุและป่าชายเลน.

สรรพคุณ : น้ำจากใบ แก้ท้องเสีย  เปลือก เป็นยาฝาดสมาน ลดไข้ในผู้ป่วยที่เป็นไข้มาเลเรีย ทาแก้ปวดเมื่อถูกแมลงกัดต่อย ใช้พอกแผลและเบื่อปลา ผล แก้ไอ แก้หวัด แก้หืด รักษาแผลในปาก  เมล็ด แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา ใช้ทำยานัตถุ์ สูดแก้ปวดศีรษะ เมล็ดป่นเป็นผงผสมกับขิงสดรับประทานเพื่อให้อาเจียน และขับเสมหะ ทาภายนอกแก้อาการหวัดและแก้ปวดในเด็กที่หลอดลมอักเสบ ทาท้องเพื่อขับลม นอกจากนี้ยังผสมกับยาอื่นรับประทานแก้พิษงูกัด ส่วนผสมใช้เมล็ดป่น 0.4 grain ผสมกับน้ำคั้นจากใบของ Cucumis trigonus (แตงชนิดนี้ไม่มีในไทย) 2 grains และนั้นจากต้นสดของกระเพา (Ocimum sanctum Linn.) 2 grains ดื่มทุก ๆ 1 ชม. เป็นยาร้อนช่วยในการคลอดบุตร ราก เป็นยาระบายอ่อนๆ  ทำให้อาเจียน ทาแก้หวัด และใช้แทนยาควินนินได้ใบ ราก และ เมล็ด ใช้เบื่อปลา ทำให้อาเจียน ขับเสมหะ

 

รูปภาพจาก:samunpri.com,pantip.com